ประวัติและพัฒนาการ

2547 ก่อตั้ง หจก.จิตต์พิสุทธิ์ เพ้นท์ ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบอาชีพรับเหมาทาสี รับเหมาก่อสร้าง รับงานรีโนเวท เริ่มจากการรับงานขนาดเล็กและทำงานตามความต้องการของผู้บริโภคและความต้องการของลูกค้า ด้วยความผสมผสานกับลูกค้าเป็นอย่างดีจนมีประสิทธิภาพจนได้การตอบรับเป็นที่น่าพอใจจากลูกค้า

2549 ก่อตั้ง บริษัท จิตต์พิสุทธิ์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ได้รับเลือกจากบริษัทบริหารกรุงเทพพาณิชย์จำกัดมหาชน ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจที่บริหารเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เป็นเจ้าแรกและยังได้รับความไว้วางใจเป็นที่ปรึกษาทางการออกแบบและทางการก่อสร้างและช่วยแนะนำในด้านทางการตลาดและไฟแนนซ์ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง 

2552 ได้จดทุนทะเบียนเพิ่มเป็น 30 ล้านบาท เพื่อรับงานหน่วยงานราชการ  ซึ่งต้องมีทั้งทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว เพราะได้รับความไว้วางใจจากทั้งภาครัฐและเอกชนด้วยมูลค่าที่สูง จึงต้องเพิ่มทุนเพื่อเป็นการการันตีว่าบริษัทฯ มีประสิทธิภาพในการรับงานอย่างมีกฎเกณฑ์และมาตรฐาน

2556 นาย จิตต์พิสุทธิ์ วงศ์นิรุชา ได้รับรางวัลจากหนังสือ GM ให้เป็นนักธุรกิจคนที่ประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจออกแบบบ้านและสวน

2560 ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับเพื่อน ชื่อ บริษัท กฤต88 จำกัด เพื่อระดมทุนขยายกิจการให้ครบวงจรและพัฒนาการในส่วนของเทคโนโลยี

2564 ได้รับรางวัลจาก kuhlmann International/Gratia Thailand ในการออกแบบ ซึ่งรวมสถาปนิกทั่วโลกและบริษัทชั้นนำของคนไทย และยังได้ติดอันดับ TopRankThailand ซึ่งแสดงเห็นความมีมาตรฐานและฝีมือระดับอินเตอร์เนชันนอลระดับสากล

2565 ได้รับความนิยมเป็นผู้นำในด้านโครงสร้างหลักที่มีความสวยงามและได้มาตรฐาน ยังได้ตอบโจทย์นักลงทุนด้วยการก่อสร้างที่ใช้เวลาอย่างรวดเร็วและลดต้นทุนในการก่อสร้างจนเป็นที่ยอมรับ

2567 นาย จิตต์พิสุทธิ์ วงศ์นิรุชา ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ ได้มีแนวคิดถึงนวัตกรรมและธุรกิจในอนาคต จึงวางแผนจะทำบริษัท จิตต์พิสุทธิ์ กรุ๊ป เข้าสู่ตลาดMAI เพื่อจะได้ขยายธุรกิจให้เติบโตและครบวงจร

2568 บริษัท จิตต์พิสุทธิ์ กรุ๊ป ได้เขียนแผนธุรกิจ(Business Plan) ซึ่งมีธุรกิจBusinass Service, Nursing Home, Beauty Clinic, Productทั่วร้านค้าชั้นนำภายในประเทศไทยและส่งออกสมุนไพรExporting Herbs และ Cool Storage, Space forent

2569 ทางบริษัทจึงได้ขอโอกาสจากนักลงทุนด้วยการเปิดขายหุ้นบริษัทฯ เพื่อนำมาชำระ IPO ด้วยการจดทุนทะเบียน 50 ล้านบาท และเพื่อสภาพคล่องการลงทุนของโปรเจ็คที่จะเกิดขึ้น และเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ MAI ในปี 2571